ความคิดฝันและมุ่งมั่นของดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆู:สื่อความคิดฝัน สร้างสรรค์สังคม Advertisement
หน้าบ้านดีฆอลาฆู arrow * ฟังเพลงของดีฆอลาฆู * arrow อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา arrow เพลงคิดถึงอ้าย
Tuesday, 07 September 2010
 
 
เมนูหลัก
หน้าบ้านดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆูรายงานตัว
* ฟังเพลงของดีฆอลาฆู *
บันทึกชีวิตของผม
ผลงานศิลปะของผม
ผลงานศิลปะกลุ่มเลใต้
ผลงานศิลปะของกลุ่มหอไตร
ผลงานศิลปะเพาะช่างช่วยช้าง
ภาพประทับใจ
เรื่องราวจาก E-mail ของผม
แนะนำศิลปินไม่สังกัดค่าย
กระดานข่าว - สนทนา
ติดต่อดีฆอลาฆูดอทคอม
ค้นหา Search
Hotline สายด่วนเพื่อสังคม
อองซาน ซูจี
สื่อ คิด ฝัน สร้างสรรค์ สังคม
อัลบั้มน้ำตายาง ปกแดง -
ก้าวที่1อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้ม"น้ำตายาง"ปกแดงนี้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน(เพลงกองเกวียน) บริษัทวัฒนชัยมิวสิคเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย(เซ็นสัญญาสามปี 2547-2549)นำไปวางจำหน่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่น(ทางภาคใต้) ตอนนี้หมดไม่ผลิตออกมาจำหน่ายอีกแล้ว.. หลังจากนี้จะนำเพลงบางเพลงในอัลบั้มเฉพาะเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของผม(ดีฆอลาฆู)ไปรวมกับเพลงอื่นๆ ที่ทำขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..









อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา - ทั้งสองปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551..









อัลบั้มวิถีคนจร -
ก้าวที่1อัลบั้มวิถีคนจร
ปี 2541 ก้าวแรกนี้สำคัญมาก แต่ไม่ได้ผลิตออกมาเป็นทางการฟังเอง ก็อปให้พี่น้องผองเพื่อนไปฟังบ้าง..หลายคงคนลืมเสียแล้ว









บทเพลงดีฆอลาฆู - ทุกบทเพลงที่ผมเขียนขึ้น สะท้อนวิถีชีวิตจากความเป็นจริงที่ตกตะกอนทางอารมณ์ จากความสะเทือนใจ จากความประทับใจ สมหวังหรือผิดหวัง จากการรอคอย จากความปรารถนา.. จากห้วงทุกข์และความสุขที่สัมผัส กรั่นกรองถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงชีวิตด้วยความเต็มใจ บริสุทธิ์ใจ คือความจริงที่ปรากฎอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..









อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม -
อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม










อัลบั้มพิเศษ -



ดีฆอลาฆูจัดทำCDทั้งสามอัลบั้มนี้ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ก้าวแรกของงานเทศกาล.."สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 ณ สวนฝากฟ้า กรุงชิง นครศรีธรรมราช" เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา










อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง - ปกนี้หมดแล้ว ผลิตแจกไปเยอะมาก เป็นCDก็อปปี้ไปก็เยอะมากๆ ..ดีฆอลาฆูเปลี่ยนเป็นปกแบบใหม่โดยนำโปสเตอร์ของงาน"สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 "มาเป็นแบบ..
ผลิตขายเป็นครั้งแรกที่งาน "สายหมอก ดอกเพลง..ณ สวนฝากฟ้าครั้งที่ 1 เพียง 95 แผ่นเท่านั้น ตอนนี้ไม่มีวางจำหน่ายแล้วครับ

ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงทั้งสามปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551









แนะนำศิลปิน - มีศิลปินที่น่าสนใจมาแนะนำอีกหลายศิลปิน ดีฆอลาฆูจะค่อยๆทยอยนำมาลง ติดตามเป็นกำลังใจให้กันและกันนะครับ
ศิลปินท่านใดจะนำเสนอผลงานเพื่อประชาสัมพันธ์ ดีฆอลาฆูยินดีนำเสนอให้ ส่งผลงานมาที่..
คลิก! ตรงนี้เลยครับ









อัลบั้มน้ำตายาง -
ก้าวที่2อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้มปกนี้หมดไม่ผลิตแล้ว ปี2547นำไปวางขายที่ร้านกาแฟ "บ้านใร่กาแฟ"ในปั๊มJET หลังจากนี้จะยกเพลงบางเพลงไปรวมกับเพลงอื่นๆที่ทำขึ้นมาใหม่ ตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..










Get This? Newsflash Scroller PRO for Mambo 4.5.1, © 2004 webraydian.com
สำหรับผู้ดูแลระบบ
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday265
mod_vvisit_counterYesterday481
mod_vvisit_counterThis week746
mod_vvisit_counterThis month2740
mod_vvisit_counterAll317068


Spirit in Thai art 3/2553


women in art
women in art..คลิก !

เปิดเสียงด้วยนะคะ
กราบขอบพนะคุณไทยรัฐ-เดลิWEB
ดีฆอลาฆู
ลงไทยรัฐ-เดลิWEB
เพื่อของขวัญปีใหม่สมาชิก ปี 2549
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้ง1-2546
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้งที่2-2547
อัลบั้มชุดอาลัยครูจูหลิงพิมพ์ครั้ง1-2550
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงไปเผยแพร่ที่อเมริกาปี2551
dekorlaku
แลกลิ้งค์
เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร

คลื่นใจมวลชน
บ้านครูซัน
วงคอน D7 Record รับทำเพลง รับทำเดโม
ศิลปินโฟลEเหน่อ-ลำภา
เว็บที่เกี่ยวกับการศึกษา
ปอเนาะ
oknation.net/blog/yuth111
ฅนท่องไพร
บ้าน ฅ.ฅน ริ้วรั้วบ้านแห่งบทเพลงใต้ดินทุกสไตลE..
www.puibuatip.com
อาหลูEquot; width=
saochiangmai
clubsounthren
kemaporn
เลอฌอ
AmphawaToday.com
ร้านฝนจางนางหาย
กรุงชิงดอทคอม
ForLife Siam.com :: สุนทรียภาพของเพลงเพื่อชีวิตแห่งสยาม
kontummadha
ลันดาออร์คิด และ รีสอร์ท

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
บทเพลงคิดถึงอ้าย PDF พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย ดีฆอลาฆู   
Wednesday, 30 April 2008
อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา ก้าวที่4ของผม

บทเพลงคิดถึงอ้าย
คลิก!
คลิกที่ปุ่มstartเพื่อฟังเพลง ขนาดไฟล์4.50M.โปรดรอโหลดสักครู่นะครับ

เดี๋ยวบ้านเฮา เงียบเหงา วันนี้บ้านเฮา เศร้าหมอง   อ้ายจากไปประจำกอง น้ำตาน้องนองเอ่อล้นออกมา( พี่จำจากแม่เนื้อทอง จำใจจากน้องไปไกลลับตา)  ไกลสุดขอบฟ้า ปักษ์ใต้ชายแดน..( ไปเป็นทหารประจำการ ณ ชายแดน)น้องเป็นห่วงอ้ายเหลือแสน หน้าที่ตอบแทนแผ่นดินขวานทอง   ได้ยินข่าวคราวถึงเรื่องราวความโหดร้าย    เข่นฆ่ากันตาย สุดแสนวุ่นวายไม่เว้น..วัน   น้องใจหายหากวันใดมีใครอาสัญ มีข่าวผู้ร้ายฆ่าคนตายในแต่ละวันพ่อแม่รำพึงรำพันนั่งคอยนับวันอ้ายนั้นกลับมา.. 
     ** ทุกวินาที ที่อ้ายคนดีจากไป   พี่น้องบ้านเฮาห่วงใย ลูกผู้ชายไทยไปประจำกองแผ่นดินด้ามขวานเมื่อไหร่สมานและปรองดอง  หมดสิ้นสิ่งเศร้าที่มัวหมอง พ่อแม่พี่น้องก็เลือดสีเดียวกัน    ขอภาวนาให้ทหารกล้า จงปลอดภัย    ส่งกำลังใจ  จากใจถึงใจชายชาติทหาร   พี่อย่าหวั่นไหว   แม้นตัวอยู่ไกลแต่ใจใกล้กันเมื่อไหร่พี่ปลดประจำการ น้องจะแต่งงานรับขวัญคนดี ( ซ้ำ **)

คำร้อง : รงค์รัชต์ (น้องเหน่) และนายฉาย ดีฆอลาฆู
(29 พฤศจิกายน 2550 – 7 มกราคม 2551
  ทำนอง : นายฉาย   ขับร้อง : น้องหยา (บุปผาชาติ ปานสม)
ร้องประสาน : นายฉาย  
        เรียบเรียงดนตรี : อ.วิเชียร และนายฉาย
บันทึกเสียง : ไดม่อนสตูดิโอ กรุงเทพมหานคร

.....อ้ายเป็นจะได๋จากไปแล้วไม่ปิ๊กมา ลืมไร่ทิ้งนาสัญญาไม่มีความหมาย สาวดอยคอยฮักคืนกลับท้องนาป่าไร่ จากบ้านเฮาไปแสนไกลไม่ส่งข่าวคราว

.....สัญญากันไว้จะไปแค่เพียงไม่นาน ย่างเข้าสงกรานต์ผ่านไปไยลืมบ้านเฮา กระท่อมปลายนาสัญญาที่บ้านหลังเขา คืนวันเงียบเหงาค่ำเช้าอ้ายบ่ ปิ๊กมา

.....จากวันเป็นเดือนเคลื่อนคล้อยจนออกพรรษา นับวันเวลาสัญญาให้ไว้ก่อนไป น้องอยู่บนดอยเฝ้าคอยกลัวอ้ายหวั่นไหว หลงผู้สาวบ้านไกลในเมืองใหญ่ บ่ ปิ๊กบ้านเฮา

.....ลมหนาวปีกลายไร่นาคงได้เก็บเกี่ยว ปิ๊กมาจับคันเคียวเกี่ยวข้าวกับสาวชาวดอย เสียงปี่ซังข้าวน้องสาวยังเฝ้ารอคอย ป่าสนบนดอยหมอกลอยคิดถึงพี่ยา

.....ได้ยินเสียงนี้คนดีให้ปิ๊กคืนมา ทำตามสัญญาจะมาขอน้องหมั้นหมาย คืนสู่บ้านเฮาภูเขาท้องนาป่าไร่ เลี้ยงวัวเลี้ยงควายทำไร่ด้วยกันสองคน

ผมอ่านเนื้อร้องแล้ว ก็รู้สึกว่าน้องเหน่เป็นนักเขียนเพลงที่ไม่ธรรมดา มองจากอายุแค่นี้กับความสามารถขนาดนี้

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดดีฆอลาฆูที่อยากจะมีส่วนร่วมในเรื่องเรียกร้องความสงบสันติธรรมในสามจังหวัดชายแดนปักษ์ใต้ที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ผมจึงแนะนำเพิ่มเติมไปว่า น่าจะสอดแทรกความหมายจากเดิมที่กล่าวถึงผู้หญิงชาวเหนือคนหนึ่งรอรักจากหนุ่มที่จากไป มาเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่แฟนของตัวเองต้องเดินทางไปทำหน้าที่รับราชการทหาร และทุกคนทางบ้านเป็นห่วงรอวันปลดประจำการ น่าจะเข้ากับสถานการณ์ และเป็นกำลังใจให้ทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ ชายแดนปักษ์ใต้

น้องเหน่ก็เห็นด้วย...

“ ผมนั่งเขียนคืนนี้เลยครับพี่ฉาย 2 ชั่วโมงเพลงนี้ก็เขียนเสร็จ...ใช้ชื่อเพลงว่า “ ส่งใจไปชายแดน ..”

เนื้อร้องที่น้องเหน่ให้ผมอ่านหลังจากที่ให้แนวคิดเพิ่มเติมไปก็คือ …
.....วันนี้บ้านเฮาเงียบเหงาเศร้าหมอง อ้ายจากไปประจำกอง น้องน้ำตานองไหลล้นออกมา
.....สิ้นเสียงรถไฟอ้ายจากไปไกลลับตา สู่เมืองนราฯไกลสุดขอบฟ้าปักษ์ใต้ชายแดน
.....ไปเป็นทหารรับราชการจากบ้านเฮาไป น้องอยู่ทางนี้จะคอยส่งใจไปสู่คนไกลว่ายังห่วงแหน
.....เลือดทหารไทยพลีกายพลีใจพิทักษ์ชายแดน เป็นห่วงเหลือแสนหน้าที่ตอบแทนแผ่นดินขวานทอง
.....เวลา2ปีที่อ้ายคนดีต้องจากไกล พี่น้องบ้านเฮาเขายังห่วงใยลูกผู้ชายไทยไปประจำกอง
.....แผ่นดินด้ามขวานได้สมานปรองดอง ป้องภัยเพื่อนผองพ่อแม่พี่น้องเลือดสีเดียวกัน

.....ได้ยินข่าวคราวถึงเรื่องราวความโหดร้าย ปล้นฆ่ากันตายสุดแสนวุ่นวายไม่เว้นวัน
.....น้องนี้ใจหายเป็นห่วงพี่ชายเศร้าโศกศัลย์ พ่อแม่ท่านเฝ้ารำพรรณนั่งคอยนับวันอ้ายนั้นปิ๊กมา
.....ขอภาวนาให้ทหารกล้าจงปลอดภัย เพื่อแผ่นดินไทยจงภาคภูมิใจได้ตอบแทน
.....ปกป้องด้ามขวานจากการรุกรานอยู่ชายแดน อ้ายปิ๊กมาจะสวมแหวนรับรักเป็นแฟนคนดี...

วันหนึ่ง...ผมมีโอกาสร่วมเดินทางกลับบ้านนอกกับน้องเหน่ ระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพไปนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2550 ขณะกำลังขับรถ ผมนึกขึ้นได้ว่าน้องเหน่เคยบอกผมว่าจะอัดเพลงนี้มาให้ผมฟัง เมื่อผมถามถึงบทเพลงน้องเหน่ก็บอกว่า
“ ผมอัดเสียงร้องไว้แล้วครับ เพื่อให้พี่ฉายฟังทำนอง ” พูดจบน้องเหน่ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ผมฟัง

ผมอ่านเนื้อร้องและฟังทำนอง เขียนคำร้องได้ถูกฉันทลักษณ์ สัมผัสได้รื่นหู เนื้อหาอย่างที่ตรงใจผมเลยทีเดียว ทำนองที่ฟังเป็นแนวเพลงลูกทุ่งที่สามารถนำไปบันทึกเสียงดนตรีได้เลย แต่ผมอยากให้กลายจากความเป็นเพลงลูกทุ่งออกมาสักหน่อย ดนตรีต้องเป็นสำเนียงพื้นบ้านทางเหนือ แต่ไม่ใช่พื้นเมืองจ๋า ใช้เครื่องดนตรีสมัยใหม่ ผสมผสานกับดนตรีพื้นบ้าน
“ น้องเหน่ พี่ขออนุญาตแก้ไขเนื้อร้องทำทองได้ไหมครับ ”
“ ได้ครับพี่ ”
เมื่อน้องเหน่บอกอย่างนี้ผมก็เริ่มคิดๆๆและคิด

จากวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2551 ผมค่อยๆแก้ไขขัดกลาคำร้องเพื่อให้ลงตัวกับทำนองที่ผมเรียบเรียงขึ้น ตัดคำบางคำ ประโยคบางประโยคออกไป เพิ่มบางประโยคใหม่เข้ามาใหม่ เพื่อให้ได้ความหมายที่กระชับตรงกับความรู้สึกและสะดวกในการเปล่งเสียง

เนื้อหาที่บอกไว้ว่า จากไปรับใช้ชาติในการเป็นทหารเกณฑ์สองปี ผมก็เปลี่ยนใหม่เป็นไปรับราชการทหารเพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมกว้างขึ้น ทหารเกณฑ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทหารทั้งหมด นายทหารหลายคน จากบ้านจากลูกเมียพ่อแม่พี่น้อง พาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นเป็นข่าวคราวให้ได้ยินอยู่เสมอๆ..เขาถูกพรากวิญญาณที่สามจังหวัดชายแดนปักษ์ใต้ ..

คำร้องที่ถูกแก้ไขแล้วทั้งหมดคือ..
.....เดี๋ยวบ้านเฮา เงียบเหงา วันนี้บ้านเฮา เศร้าหมอง อ้ายจากไปประจำกอง น้ำตาน้องนองเอ่อล้นออกมา
(พี่จำจากแม่เนื้อทอง จำใจจากน้องไปไกลลับตา) ไกลสุดขอบฟ้า ปักษ์ใต้ชายแดน .. (ไปเป็นทหารประจำการ ณ ชายแดน)
.....น้องเป็นห่วงอ้ายเหลือแสน หน้าที่ตอบแทนแผ่นดินขวานทอง
.....ได้ยินข่าวคราวถึงเรื่องราวความโหดร้าย เข่นฆ่ากันตาย สุดแสนวุ่นวายไม่เว้น..วัน
น้องใจหายหากวันใดมีใครอาสัญ มีข่าวผู้ร้ายฆ่าคนตายในแต่ละวัน .....พ่อแม่รำพึงรำพันนั่งคอยนับวันอ้ายนั้นกลับมา..
.....** ทุกวินาที ที่อ้ายคนดีจากไป พี่น้องบ้านเฮาห่วงใย ลูกผู้ชายไทยไปประจำกอง
.....แผ่นดินด้ามขวานเมื่อไหร่สมานและปรองดอง หมดสิ้นสิ่งเศร้าที่มัวหมอง พ่อแม่พี่น้องก็เลือดสีเดียวกัน ขอภาวนาให้ทหารกล้า จงปลอดภัย ส่งกำลังใจ จากใจถึงใจชายชาติทหาร พี่อย่าหวั่นไหว แม้นตัวอยู่ไกลแต่ใจใกล้กัน เมื่อไหร่พี่ปลดประจำการ น้องจะแต่งงานรับขวัญคนดี







ตอนที่ 2
เมื่อเห็นว่าสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะนั้น ผมก็พิมพ์คำร้องพร้อมกับอัดเสียงร้องเป็นไกด์ส่งให้น้องหยาทางอีเมล์ เพื่อให้น้องหยาซ้อมร้อง ผมตั้งใจว่าจะให้อาจารย์วิเชียรลงรายละเอียดของชิ้นดนตรี

“ พี่อยากใช้เสียงซออู้ผสมผสานกับปี่น้ำเต้าและปี่ชวานิดหน่อย ตามที่น้องเชียรถนัด ให้อารมณ์เพลงออกมาเศร้าๆ ” ผมบอกอาจารย์วิเชียรไปอย่างนี้ในวันที่นำเสียงร้องไกด์ของผมไปให้ฟังเพื่อจะลงเสียงดนตรี

“ ผมศึกษาคำร้องและทำนองแล้ว หากใส่เสียงซออู้เพลงจะเศร้าเกินไปครับ เพลงนี้บอกความในใจว่าคิดถึง ห่วงใยและให้กำลังใจ สำเนียงดนตรีน่าจะไม่เศร้าจนเกินไป ” ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในเหตุผลของอาจารย์วิเชียร เสียงซออู้จึงถูกตัดออกไป

น้องหยาซ้อมร้องอยู่สองสามวันและเปลี่ยนสำเนียงการร้องเป็นภาษาเหนือได้อย่างสมบูรณ์ตามผมต้องการ จากไกด์ที่ผมร้องไปให้เป็นคีย์ Bm ก็ถูกลดลงไปอยู่ที่คีย์ Am เพราะว่าจะได้ใส่เสียงปี่ได้ง่าย

ผมฟังเสียงร้องในคีย์ Bm แล้วเสียงออกมาเต็มที่น่าฟังกว่า แต่ต้องเปลี่ยนเนื่องจากความจำเป็นในการลงเสียงดนตรีบางชิ้น เป็นความรู้ใหม่ที่อาจารย์วิเชียรบอกผมว่า

“ ปี่ชวา และปี่น้ำเต้าเป่าในคีย์ Am จะง่ายในการเล่น และหากคีย์อยู่ในระดับเสียง # หรือ b จะเล่นยากมากๆหรืออาจจะเล่นไม่ได้เลย ”

ผมชอบเสียงปี่น้ำเต้าที่อาจารย์วิเชียรเป่าไว้ในเพลงอาลัย (ครูจูหลิงภาคสมบูรณ์) มันโดนใจผมมาก ในขณะที่อาจารย์วิเชียรลงเสียงดนตรีของบทเพลงนี้

ผมเดินทางไปจังหวัดสงขลาเพื่อร่วมงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ของน้องสาวที่มหาวิทยาลัยทักษิณ เช้าวันที่ 14มกราคม 2551 ก่อนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมกูฏราชกุมารีจะเสด็จไปถึงมหาวิทยาลัยเพียงเล็กน้อย ก็มีข่าวทหารชุดคุ้มครองครูถูกซุ่มทำร้าที่จังหวัดนราธิวาสทำให้เสียชีวิตไปแปดนาย ผมทราบจากน้องเหน่ว่าหนึ่งในแปดศพนั้น มีนายทหารยศร้อยตรีคนหนึ่งเพิ่งเรียนจบ และไปรับราชการที่นั่นได้ปีเศษ กำลังจะกลับมาแต่งงานแต่มาเจอเหตุการณ์เลวร้ายนี้เสียก่อน สอดคล้องกับเนื้อหาของบทเพลงนี้มาก ทำให้ผมรู้สึกว่าจะต้องมีเพลงที่ไว้อาลัยถึงนายทหารที่จากไป พวกเขาไม่มีโอกาสกลับไปสู่มาตุภูมิแบบมีชีวิต ต้องกลับแบร่างกายที่ไร้วิญญาณ มันเป็นความร้าวรานของคนอยู่ข้างหลังเป็นอย่างยิ่ง

จะมีผู้บริสุทธิ์ คุณครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารอีกกี่คนที่จะต้องสังเวยชีวิตให้กับความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนปักษ์ใต้ ...ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร

ทำไมเรื่องราวมันถึงเลวร้ายอยู่อย่างนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน

ชีวิตคนคนหนึ่งที่ต้องจบลงไปในวัยที่ยังไม่สมควร มันกระทบกับหลายๆด้านที่แวดล้อมชีวิตเขา บางคนอาจจะเป็นเสาหลักของครอบครัว ขาดเขาไปคนนึงอีกหลายชีวิตต้องประสบกับปัญหา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถแก้ไขหรือยุติลงได้ และต้องสังเวยชีวิตกันไปเรื่อยๆอยู่อย่างนี้ ศพแล้วศพเล่า วันแล้ววันเล่า มันสยดสยองเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ฆ่ากันเพื่ออะไร ชีวิตคนเรานั้นมันสั้นนัก ควรทำในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าที่จะมาคิดฆ่าประหัตประหารกัน ฝ่ายไหนจะถูกฝ่ายไหนจะผิด คงไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาตีความ แต่ควรถามว่า ทำไมต้องฆ่ากัน...ทำไมต้องคิดฆ่ากัน

มันเป็นกรรมของมนุษยชาติที่เหมือนต้องคำสาปให้ทุกอย่างต้องดำเนินไปแบบนั้น เป้าหมายที่แท้จริงของมนุษย์คืออะไร เขามองเห็นอะไรเป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณ เกิดมาชาตินี้มันน่าจะมีอะไรที่น่าทำกว่าการมาวางแผนเพื่อจะฆ่ากันไปฆ่ากันมาอยู่อย่างนี้

ผมเข้าไม่ถึงว่า มันมีอะไรซ่อนอยู่ใต้พรมผืนใหญ่ผืนนั้น ผลประโยชน์มหาศาลที่ซ่อนอยู่คืออะไร งบประมาณที่ลงไปในเรื่องของความมั่นคง เป็นเม็ดเงินมหาศาล... เหตุการณ์ทางสามจังหวัดชายแดนปักษ์ใต้อยู่ภายใต้การชักใยของผู้ทรงอิทธิพลกุมบังเหียนแห่งผลประโยชน์อยู่หรือไม่... อาจจะมีคนรู้ความจริงแต่ไม่เปิดเผย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปเสมือนไม่มีเหตุผลรองรับ...รู้แต่ว่าฆ่า...ฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง...

คนที่ต้องจบชีวิตคนแล้วคนเล่าที่นั่น เขาเข้าใจไหมว่าทำไมต้องตาย หรือรู้เพียงว่าต้องปกป้องผืนแผ่นดินนี้ไว้ มีเหตุผลอย่างนี้ทั้งสองฝ่าย

เหตุผลที่แท้จริงมีเพียงแค่นี้หรือ ปกป้องผืนแผ่นดินนี้เพื่อใคร วิธีปกป้องผืนแผ่นดินทำกันแบบนี้หรือ ? แผ่นดินคือโลก เราต้องปกป้องแบบอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ไม่ใช่ปกป้องถึงขนาดฆ่ากันจนถึงตาย โลกนี้เป็นของใคร เพราะมนุษย์บังอาจแบ่งแยกแผ่นดินแผ่นฟ้า สร้างอาณาจักร กำหนดขอบเขต แบ่งการปกครอง แย่งชิงมวลชน เรื่องราวมันเลยเหมือนถูกคำสาป มนุษยชาติต้องยกพวกกันห้ำหั่นเข่นฆ่ากันมาตั้งแต่โบราณกาล มันน่าเศร้ามากกว่าจะยกย่องเป็นวีรบุรุษ..คนฆ่าคน ไม่ควรเป็นวีรบุรุษ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม

ดูเหมือนว่าความสับสนของคำตอบเกิดขึ้นกับผมเสมอ สังคมนี้มีสิ่งที่เราตามไม่ทันซ่อนเร้นอยู่มากมาย ผมไม่สามารถเข้าไม่ถึงได้...
ความโลภ ไม่รู้จักคำว่า “ พอ ” ของคนบางคน บางกลุ่ม อาจจะทำร้ายชีวิตคนบริสุทธิ์ให้ล้มตายไปคนแล้วคนเล่า...

ผมเป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่งที่ได้รับทราบความจริงเพียงแค่ระดับหนึ่ง คงไม่สามารถจะแก้ไขอะไรให้กับสังคมนี้ได้ ทำได้ก็เพียงใช้ความสามารถทางดนตรี กวี และเสียงเพลงที่คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ผมพอจะทำได้ในเวลานี้...

ผมหวังอยู่เสมอว่า..เมื่อบทเพลงของดีฆอลาฆูถูกเปิด คงมีใครสักคนหยุดพักใจตั้งใจฟัง สนใจบทเพลงที่บอกความหมาย ไพเราะหรือไม่อย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหาสาระที่แฝงอยู่ในนั้น

บางทีโลกมันหมุนไปข้างหน้าเร็วเกินไปจนทำให้เราลืมอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ควรจะนึกถึงได้เหมือนกัน นึกถึงเด็กกำพร้า หญิงม่าย หรือคนชรา ที่ความตายมาพรากคนข้างๆเขาไป อาจจะทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม

ผมเห็นข่าวดาราเลิกกัน บางคนพลาดหวังในเวทีเดอะสตาร์ แฟนคลับร้องให้ ฟูมฟายออกทีวี เรื่องราวของดาราบางคนที่มาออกรายการทอร์กโชว์สัมภาษณ์ไปพลาง บีบน้ำตาร้องให้ด้วยเนื้อหาน้ำเน่าๆ คนสนใจล้นเมือง เรทติ้งพุ่งกระฉูด ผู้คนแห่กันไป แต่เรื่องราวของเด็กกำพร้าจากความไม่สงบที่ชายแดน เรื่องราวของเด็กๆที่พ่อแม่ติดเอดส์ แต่เด็กน้อยยังมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย เด็กบางคนก็รับเชื้อ HIV มาจากพ่อแม่เต็มๆ ทั้งๆที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องเลวๆเหล่านั้น มันช่างน่าเศร้าและเวทนามากกว่ายิ่งนัก น่านำเสนอมากกว่า แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครสนที่จะพูดถึงเขาสักเท่าไหร่

ยังมีอีกหลายแง่หลายมุมในสังคมมนุษย์ผู้น่าสงสาร ที่ถูกมองข้ามมองผ่าน เป็นกรรมของเขา...

************

“ พี่ฉัตร...ตอนนี้ดนตรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้ามาร้องจริงได้เลย... ” อาจารย์วิเชียรโทรหาผม ในขณะนั้นผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา
“ พรุ่งนี้พี่ถึงกรุงเทพ...เย็นๆจะเข้าไปนะครับ ”

สอบถามไปยังน้องหยา ก็ได้คำตอบว่า 15 มกราคม 2551 ตอนสองทุ่ม พร้อมจะเข้าไปร้องจริงได้
ค่ำๆ น้องเหน่ก็เข้ามาที่ห้องบันทึกเสียง ประมาณห้าทุ่มทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์

จากซอยทุ่งมังกร ตลิ่งชัน ผมไปส่งน้องหยาที่สาธุประดิษฐ์ และมาส่งน้องเหน่กับเพื่อนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คืนนั้นผมมาถึงบ้านตีสองนิดๆ ผมเปิดบทเพลง “ คิดถึงอ้าย ” ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกือบสว่าง ฟังเพื่อซึมซับความรู้สึกดีๆจากบทเพลงเพลงนี้

บทเพลง “ คิดถึงอ้าย ” ให้ความปีติกับจิตใจของผมมากมาย ผมได้มิตรภาพ ได้กำลังใจ ทุกคนทุ่มเท น้องหยาตั้งใจร้องเต็มที่ ทั้งๆที่วันนั้นเจ็บคอเนื่องจากทอมซิลอักเสพ อาจารย์วิเชียรก็ช่วยลงเสียงดนตรีอย่างเต็มที่สุดฝีมือ

ที่สำคัญ หากไม่มี “ น้องเหน่ ” เป็นผู้เริ่มต้นในบทกวี ประวัติศาสตร์หน้านี้ของดีฆอลาฆู และบทเพลงบทนี้ ก็คงไม่ปรากฏตัวขึ้นมาได้
ขอขอบคุณที่ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่ ตามอัตภาพที่มี ณ เวลานั้น จนกระทั่งบทเพลง “ คิดถึงอ้าย ” นี้สำเร็จไปอีก 1 บทเพลง

ณ วันนี้ เวลานี้ ประวัติศาสตร์ของโลก ในวงการเพลงของเมืองไทย ได้บันทึกไว้อีกครั้งหนึ่งว่า มีบทเพลงใหม่ 1 บทเพลงคือ “ เพลงคิดถึงอ้าย ” ของดีฆอลาฆู ปรากฏตัวขึ้นมาในสังคมโลกนี้แล้วครับ




บทเพลงคิดถึงอ้าย
คลิก!
คลิกที่ปุ่มstartเพื่อฟังเพลง ขนาดไฟล์4.50M.โปรดรอโหลดสักครู่นะครับ

ดีฆอลาฆู
17 มกราคม 2551

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ทรงพระเจริญ
คลิก ไปฟังเพลงพระราชนิพนธ์
Dekorlaku Chatroom
ส่งข้อความถึงกัน

ขอบพระคุณที่ท่านมาเยือน
กระดานข่าว-สนทนา

เคียงคู่อยู่เคียงข้าง


รู้จักกีต้าร์กันหน่อย
คลิก
เพื่อไปรู้จักกีต้าร์กันหน่อย


เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
Thai Art Council USA
nakhontoday
fm91.50
http://www.sapanpleang.com
pattanitoday
phatlung
taidin
forlifethailand
compee
tidso
meunglung
คนคาราบาว
เพลงใต้ดอทคอม
น้อย แสตมป์
ภูเด็กแนว
ประสาทาร์ซาน
กลุ่มรอเท้าแตะ
จิตรธานี
ชมรมต้นกล้า

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
 
Top! Top!