ความคิดฝันและมุ่งมั่นของดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆู:สื่อความคิดฝัน สร้างสรรค์สังคม Advertisement
หน้าบ้านดีฆอลาฆู arrow * ฟังเพลงของดีฆอลาฆู * arrow อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา arrow บทเพลงปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชร
Tuesday, 07 September 2010
 
 
เมนูหลัก
หน้าบ้านดีฆอลาฆู
ดีฆอลาฆูรายงานตัว
* ฟังเพลงของดีฆอลาฆู *
บันทึกชีวิตของผม
ผลงานศิลปะของผม
ผลงานศิลปะกลุ่มเลใต้
ผลงานศิลปะของกลุ่มหอไตร
ผลงานศิลปะเพาะช่างช่วยช้าง
ภาพประทับใจ
เรื่องราวจาก E-mail ของผม
แนะนำศิลปินไม่สังกัดค่าย
กระดานข่าว - สนทนา
ติดต่อดีฆอลาฆูดอทคอม
ค้นหา Search
Hotline สายด่วนเพื่อสังคม
อองซาน ซูจี
สื่อ คิด ฝัน สร้างสรรค์ สังคม
อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา - ทั้งสองปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551..









อัลบั้มน้ำตายาง -
ก้าวที่2อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้มปกนี้หมดไม่ผลิตแล้ว ปี2547นำไปวางขายที่ร้านกาแฟ "บ้านใร่กาแฟ"ในปั๊มJET หลังจากนี้จะยกเพลงบางเพลงไปรวมกับเพลงอื่นๆที่ทำขึ้นมาใหม่ ตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..









อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง - ปกนี้หมดแล้ว ผลิตแจกไปเยอะมาก เป็นCDก็อปปี้ไปก็เยอะมากๆ ..ดีฆอลาฆูเปลี่ยนเป็นปกแบบใหม่โดยนำโปสเตอร์ของงาน"สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 "มาเป็นแบบ..
ผลิตขายเป็นครั้งแรกที่งาน "สายหมอก ดอกเพลง..ณ สวนฝากฟ้าครั้งที่ 1 เพียง 95 แผ่นเท่านั้น ตอนนี้ไม่มีวางจำหน่ายแล้วครับ

ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
ก้าวที่3อัลบั้มอาลัยครูจูหลิง
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงทั้งสามปกนี้ผลิตเพื่อไปเผยแพร่ที่อเมริกาเมื่อเดือนมีนาคม 2551









อัลบั้มพิเศษ -



ดีฆอลาฆูจัดทำCDทั้งสามอัลบั้มนี้ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ก้าวแรกของงานเทศกาล.."สายหมอก ดอกเพลง ครั้งที่ 1 ณ สวนฝากฟ้า กรุงชิง นครศรีธรรมราช" เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา










แนะนำศิลปิน - มีศิลปินที่น่าสนใจมาแนะนำอีกหลายศิลปิน ดีฆอลาฆูจะค่อยๆทยอยนำมาลง ติดตามเป็นกำลังใจให้กันและกันนะครับ
ศิลปินท่านใดจะนำเสนอผลงานเพื่อประชาสัมพันธ์ ดีฆอลาฆูยินดีนำเสนอให้ ส่งผลงานมาที่..
คลิก! ตรงนี้เลยครับ









อัลบั้มวิถีคนจร -
ก้าวที่1อัลบั้มวิถีคนจร
ปี 2541 ก้าวแรกนี้สำคัญมาก แต่ไม่ได้ผลิตออกมาเป็นทางการฟังเอง ก็อปให้พี่น้องผองเพื่อนไปฟังบ้าง..หลายคงคนลืมเสียแล้ว









อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม -
อัลบั้มบทเพลงเพื่อสันติภาพสู่สันติธรรม










อัลบั้มน้ำตายาง ปกแดง -
ก้าวที่1อัลบั้มน้ำตายาง
อัลบั้ม"น้ำตายาง"ปกแดงนี้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน(เพลงกองเกวียน) บริษัทวัฒนชัยมิวสิคเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย(เซ็นสัญญาสามปี 2547-2549)นำไปวางจำหน่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่น(ทางภาคใต้) ตอนนี้หมดไม่ผลิตออกมาจำหน่ายอีกแล้ว.. หลังจากนี้จะนำเพลงบางเพลงในอัลบั้มเฉพาะเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของผม(ดีฆอลาฆู)ไปรวมกับเพลงอื่นๆ ที่ทำขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่ออัลบั้มใหม่..









บทเพลงดีฆอลาฆู - ทุกบทเพลงที่ผมเขียนขึ้น สะท้อนวิถีชีวิตจากความเป็นจริงที่ตกตะกอนทางอารมณ์ จากความสะเทือนใจ จากความประทับใจ สมหวังหรือผิดหวัง จากการรอคอย จากความปรารถนา.. จากห้วงทุกข์และความสุขที่สัมผัส กรั่นกรองถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงชีวิตด้วยความเต็มใจ บริสุทธิ์ใจ คือความจริงที่ปรากฎอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..










Get This? Newsflash Scroller PRO for Mambo 4.5.1, © 2004 webraydian.com
สำหรับผู้ดูแลระบบ
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday247
mod_vvisit_counterYesterday481
mod_vvisit_counterThis week728
mod_vvisit_counterThis month2722
mod_vvisit_counterAll317051


Thai Art Form 2/2553


women in art
women in art..คลิก !

เปิดเสียงด้วยนะคะ
กราบขอบพนะคุณไทยรัฐ-เดลิWEB
ดีฆอลาฆู
ลงไทยรัฐ-เดลิWEB
เพื่อของขวัญปีใหม่สมาชิก ปี 2549
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้ง1-2546
อัลบั้มน้ำตายางพิมพ์ครั้งที่2-2547
อัลบั้มชุดอาลัยครูจูหลิงพิมพ์ครั้ง1-2550
อัลบั้มอาลัยครูจูหลิงไปเผยแพร่ที่อเมริกาปี2551
dekorlaku
แลกลิ้งค์
เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร

คลื่นใจมวลชน
บ้านครูซัน
วงคอน D7 Record รับทำเพลง รับทำเดโม
ศิลปินโฟลEเหน่อ-ลำภา
เว็บที่เกี่ยวกับการศึกษา
ปอเนาะ
oknation.net/blog/yuth111
ฅนท่องไพร
บ้าน ฅ.ฅน ริ้วรั้วบ้านแห่งบทเพลงใต้ดินทุกสไตลE..
www.puibuatip.com
อาหลูEquot; width=
saochiangmai
clubsounthren
kemaporn
เลอฌอ
AmphawaToday.com
ร้านฝนจางนางหาย
กรุงชิงดอทคอม
ForLife Siam.com :: สุนทรียภาพของเพลงเพื่อชีวิตแห่งสยาม
kontummadha
ลันดาออร์คิด และ รีสอร์ท

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
บทเพลงปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชร PDF พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย ดีฆอลาฆู   
Wednesday, 30 April 2008
อัลบั้มเส้นทางแห่งความศรัทธา ก้าวที่ 4 ของผม

บทเพลงปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี
คลิก!
คลิกที่ปุ่มstartเพื่อฟังเพลง ขนาดไฟล์5.26Mb.โปรดรอโหลดสักครู่นะครับ

                เรือลำน้อยล่องลอยกลางสายน้ำ สุดแท้แต่กรรมจะนำพานาวาชีวิตใครหนอลิขิตมา โอ้ชะตาล่วงเวลาวันคืนฝืนทนฝืนกล้ำกลืนและเดียวดาย ชายชรานาวาและสายน้ำรอยชีวิตคือความจริงเล่าขาน ประสบการณ์เป็นตำนานอันมีค่าอายุเลยล่วงไร้ห่วงไร้กังขา สิ้นปรารถนาหมดมายาไร้โลกีย์ชีวิตนี้มีอะไรให้ถือมั่น สายลมพัดผ่านสายน้ำรินไหลโอ้ชีวิตถูกผิดดำเนินไป ตราบลมหายใจสุดท้ายจะมาเยือนปู่เย็น (ปู่เ ย็น) ปู่เย็นเห็นสัจธรรม (ปู่เย็นเห็นสัจธรรม) ทุกถ้อยคำคือความงามสื่อความหมาย ให้ข้อคิดเตือนจิตสะกิดใจในโลกนี้สิ่งใดใดไม่จีรัง…

                     ดูทีวีรายการฅนค้นฅน ที่ชะอำ จ.เพชรบุรี  ผมรู้สึกสะเทือนใจและศรัทธาชีวิตชายชราไม้ใกล้ฝั่งคนหนึ่งชื่อปู่เย็น ใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย อายุร้อยกว่าปี ทุกคำพูดสื่อความหมายที่ดียิ่ง

ผมขอแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของปู่เย็น..ชีวิตของปู่เย็นให้ข้อคิดและให้แสงสว่างทางจิตวิญญาณกับผม ขอให้ปู่เย็นสู่สุขคติ..ณ สัมปรายภพ..

8 - 22 พฤษภาคม 2550 (ชะอำ-กรุงเทพฯ)
เนื้อร้อง - ทำนอง โดย.. นายฉาย
ดีฆอลาฆู
 เรียบเรียงดนตรี โดย.. เจษฎา สุขะตุงคะ(เต๊ะ)และนายฉาย



สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิwidth= ปู่เย็น : การพบเห็นและการค้นพบ
(บทความของคุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒินี้ นายฉายคัดลอกมาจากหนังสือเล่มหนึ่งจำชื่อหนังสือไม่ได้)

ผมพบปู่เย็นครั้งแรกในสายวันหนึ่งของปลายฤดูฝนปี2547 ชายชราผมสีขาวโพลนเจ้าของร่างงองุ้ม เล็กแกร็นบนแคร่ไม้ริมชายคามีเพียงผ้าขาวม้าผืนเก่าๆผืนหนึ่งนุ่งห่มพันกาย ดวงตาฝ้าเทาที่มองมาที่ผมนั้น ลอยเลื่อน เฉยชา ว่างเปล่า ไม่ยินดียินร้าย บนใบหน้ายับย่นไม่ปรากฏรหัสใดๆให้ผู้มาเยือนได้อ่าน

ถัดมาจากนั้นอีกไม่นาน ผมก็ได้ทราบข่าวว่าชายชราเดียวดาย อายุใกล้ 106 ปีผู้นี้ กำลังอยู่ระหว่างนับถอยหลังไปยังขวบปีสุดท้ายให้ชีวิต ไม่มีแรงขับและความอยากได้ใคร่มีอันใดหลงเหลือและท้าทาย พอปลุกให้ชายชราปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อย่างกระตือรือร้นได้อีกแล้ว ชีวิตหลงเหลือภารกิจสุดท้ายอันเป็นวาระประจำ(เป็น) อีกวาระเดียวนั่นคือ สิ้นฝนต้องลากสังขารลงแม่น้ำเพชร พร้อมเรือเหล็กและอุปกรณ์คู่ชีพเที่ยวสุดท้าย หนึ่งฤดูกาลหาปลากับเป้าหมายสุดไขว่คว้า หาเงินให้ได้สามพันเพื่อที่จะสมทบกับที่เก็บหอมรอมริบมาชั่วชีวิตได้เจ็ดพัน... รวมกันเป็นหนึ่งหมื่น แล้วจะกลับขึ้นมาประคองชีวิตไว้ในยานเวลาที่กำลังเคลื่อนเข้าหาความตายโดยไม่รบกวนใครด้วยเงินหมื่นนั้น นั้นจนกว่าชีวิตจะปล่อยวางในวาระสุดท้าย

นั่นเป็นเพียงก้าวแรกของการเดินทางร่วมกันยาวนานอย่างน้อยถึงวันนี้ก็กว่าครึ่งค่อนปี ก่อนคนแปลกหน้ารุ่นหลานจะอำลาในค่ำวันนั้น ผมหันมาย้ำกับปู่ก่อนก้าวพ้นรั้ว สิ้นฝนผมจะกลับมาอีกครั้ง เพื่อลงไปหาปลากับปู่ในน้ำน้ำเพชร

“เอา...ได้” ปู่ยิ้มกว้างเหมือนเอาพระจันทร์ข้างแรมวางหงายไว้ใต้จมูก วันนั้นปู่คงไม่เชื่อน้ำยา... ผมเองก็ไม่ได้คาดคิดว่า อีก 6 เดือนต่อมาเราสองคนจะช่วยกันสร้างปรากฏการณ์เป็นที่กล่าวขานกันไปทั้งวงการโทรทัศน์ครั้งหนึ่ง

ก่อนหน้าถูกแนะนำตัวโดยรายการคนค้นคน ว่าไปแล้วปู่เย็นน่าจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของมนุษย์จำพวกที่มนุษย์ด้วยกันให้ความสำคัญและมองเห็นคุณค่าอยู่ในระดับน้อยถึงน้อยมาก

ที่พูดนี้หมายถึงคนที่อยู่แถวๆนั้น

ไม่พักพูดถึงผู้ใหญ่ เด็กเล็กๆยังเห็นปู่เป็นคนบ้าใบ้ ไร้หัวนอนปลายตีน อนุญาตให้ความไร้เดียงสาเอาก้อนหินขว้างปา แกล้งเล่น พูดแบบนี้ใช่จะมีเจตนาตำหนิคนแถวนั้นว่าหูตาบอดใบ้หัวใจมืดดำ ก็มิใช่

แต่ความจริงของโลกมักเป็นเช่นนี้ เรามักปิดหัวใจและไม่เปิดดวงตา สำหรับมองเห็นคุณค่าซึ่งอยู่ภายใต้เปลือกกายอันฉายฉวยของผู้คนด้วยกัน โดยเฉพาะของคนที่อยู่ใกล้และไร้วัตถุภายนอก กระจอกงอกง่อยอย่างปู่เย็น

ทั้งๆที่ไม่ว่าวันนี้ วันนี้หรือวันไหน นมนานกาเลมาแล้วที่ปู่เย็นก็เป็นของปู่เย็นอยู่อย่างนั้น ในประการนี้มีมุมน่าสนใจปนแปลก... ขณะที่มาตรวัดราคาที่ผู้คนส่วนใหญ่มีต่อคนผันแปรตามเปลือกอันฉาบฉวย ภายใต้เปลือกอันคงที่ไม่ว่าใครจะมองปู่อย่างไร สายตาที่ปู่มองผู้อื่นนั้นยัง”คงที่” และ “ความเดิม”

คือไม่ว่ายากดีมีจน รวยล้นอย่างไร ปู่ไม่ยินดียินร้าย

ปู่ให้ค่าอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างสองอย่างในนั้นก็คือ “พวกกัน” และ “ความเกรงใจ”

อะไรที่ทำให้คน “นิ่ง” และ “แน่น” ได้ต่างกัน จะคืออะไรก็แล้วแต่ น่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญและเรื่องของอายุอานามเท่านั้น หลังปู่เย็นเป็นที่รู้จัก มีบางคนเข้าใจผิด พยายามเอ่ยอ้างว่าเป็นผู้สร้างปู่เย็น ผมฟังแล้วรู้สึกขำๆ.. ปู่เย็นเป็นที่รู้จักจากรายการที่ผมทำก็จริง แต่ปู่เย็นไม่ใช่ผลผลิตของอะไร ผมว่าน่าจะเป็นโรงเรียนของลูกผู้ชาย บทเรียนชีวิตของความยากไร้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตปู่ย่างผ่านมานานกว่าร้อยปี ในฐานะชาวบ้าน ชนชั้นล่างของห่วงโซ่

แน่นอน ต้องวงเล็บคำว่า “มุสลิม” “ โบราณ” และ “เมืองเพชร” ห้อยท้ายไว้ด้วย

เมื่อปู่เย็นเป็นที่รู้จัก ผู้คนจากทุกสารทิศแห่แหนกันมาหาปู่ คนที่มาหาปู่นั้นมีทั้งมาเพื่อตัวเองและมาเพื่อปู่ แต่ไม่ว่าจะเพื่อตัวเองหรือมาเพื่อปู่ ไม่ใช่ความถูกผิด และผมเชื่อว่าแทบทุกคนล้วนมาเพราะความชื่นชม ประทับใจในตัวชายผู้ทระนง

มีบ้างที่สงสัยว่าเรื่องของชายชราตัวเล็กๆทั้งเหี่ยวย่นและงองุ้ม (แต่แข็งแกร่งเกินคาด) ในหลืบชีวิตลึกไกลและสันโดษ แทบจะไม่ได้สัมผัสสัมพันธ์กับโลกใบเดียวกันกับผู้คนร่วมวันเวลาร่วมยุคสมัยคนนี้ มีอะไรเป็นของจริง มีอะไรเป็นของปลอม เรื่องทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมา หรือว่ามีอยู่และเป็นไปเช่นนั้นจริง

ก่อนหน้านี้ผมเพียรอรรถาธิบาย ยืนยันและท้าทายให้ตรวจสอบ แต่ถึงวันนี้ผมกลับคิดว่าความเป็นจริงของชีวิตปู่เย็นจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถอะ เพราะมันไม่สำคัญเท่าความจริงที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากการที่เราใช้ชีวิตปู่เย็นเป็นแบบเรียน

ในชีวิตเราพบเห็นและรู้จักผู้คนมากมาย แต่จะมีสักกี่คนที่เราค้นพบคุณค่าและความหมายของชีวิตที่เราสามารถเอาเยี่ยงคุณค่านั้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเอาอย่างวิถีชีวิต

การหลั่งไหลเข้ามาของผู้คนจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ปู่เย็นหลายอย่าง... อย่างน้อยเรื่องหนึ่งก็คือ ที่เคยตั้งความหวังแบบเจียมเนื้อเจียมตัวว่าจะหาเงินอีกแค่สามพันกับหนึ่งฤดูกาลหาปลา ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ เงินจำนวนนั้นก็เดินทางมาสู่กระเป๋าแล้ว

ปู่เย็นเปลี่ยนไป... ใครบางคนวิพากษ์เชิงทับถม

ผมก็เชื่อเช่นนั้น ชายชราที่ชั่วชีวิต ดำรงตนอยู่บนความสันโดษและทระนง เพราะถูกกีดกันให้อยู่ชายขอบของสังคม กับความเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา จากที่ร้อยกว่าปีไม่เคยมีคนให้ค่า ข้ามคืนผู้คนก็แห่แหนกันมาชื่นชม

ไม่เปลี่ยนก็ไม่ใช่คนแล้ว... สำหรับผมที่สำคัญไม่ใช่ความรู้แค่ว่าเปลี่ยน ไม่เปลี่ยน หากแต่ควรรู้ว่าอะไรเปลี่ยนและอะไรไม่เปลี่ยน บางสิ่งบางอย่างผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลง แต่มิได้หมายความว่าคนคนนั้นจะเปลี่ยนไป

สำหรับผม ปู่เย็นเป็นอยู่ของปู่มานาน ไม่ใช่นานจนไม่อาจเปลี่ยนแปลง แต่นานจนในเวลาที่เหลือ ปู่อยากจะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนไปเถอะ

หากปู่อยากจะไปไหน หรือทำอะไรมากกว่านั่งจับเจ่าเป็นตุ๊กตาในตู้โชว์อยู่ในเรือใต้สะพานลำไยบ้าง เป็นผมผมจะบอกว่าปู่รีบๆไป รีบๆทำเถิด เดี๋ยวจะไม่ได้ไป เดี๋ยวจะไม่ได้ทำ... ผมจะไม่สงสัยในการไป หรือการกระทำของปู่

ถึงวันนี้ผมไม่รู้ว่าปู่เย็นมีเงินเท่าไหร่ แต่ผมรู้ว่าปู่ยังใช้ชีวิตอยู่ในเรือด้วยเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ข้าวของเครื่องใช้ไม่กี่ชิ้น ปู่ยังวางอวน หาปลา ปู่ยังกินข้าวที่หุงด้วยน้ำในลำน้ำเพชร กับน้ำพริกปลาเค็ม โดยปลาตัวเล็กๆตัวหนึ่งกินได้ 4-5 มื้อเหมือนเดิมกับ...ปลายปี2547

ผมพบปู่เย็นครั้งแรก บนแคร่ไม้ริมชายคาบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งในอำเภอท่ายาง วันนั้นปู่เย็นเป็นชายชราที่ไฟชีวิตมอดหรี่ ปู่ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะมีชีวิตอยู่อีกแล้ว

ค่อนปีถัดมา...ต้นกันยายน 2548 ปู่เย็นเพิ่งแกะผ้าก๊อชบนใบหน้าและแขนขาออก... โชว์ร่องรอยบาดแผลอันเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เพิ่งตัดไหมออก

ปู่เล่าเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุอย่างออกรส ก่อนตบท้ายอย่างเฮฮาว่า “ แข็งกว่าเดิม...รถชนแล้วซ่อมใหม่แข็งขึ้นกว่าเดิม...สงสัยไม่ตายแล้ว น่าจะอยู่ได้อีกสิบปี...”

“เข็ดรึเปล่า...ถ้ามีใครชวนไปไหนต่อไหน” ผมถาม
“ฮึ!” ปู่ส่ายหัว “ ไปทั้งนั้นถ้าพวกชวนไป ไม่ใช่พวกกัน ชวนไป...ไม่ไป”

เรือลำนั้นยังคงอยู่ใต้สะพาลำไยอย่างเก่า ชายชราบนเรือลำใหม่ วันนี้ยังคงเป็นชายชราคนเดิมคนนั้น ต่างกันแต่ประกายชีวิตในแววตาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ในนามสำนักพิมพ์บูรพา


. .............................................................................................

จดหมายถึงทีวีบูรพา..

วันหนึ่ง..ผมส่งCDไปให้ทีมงานทีวีบูรพา เรื่องนี้ผมคิดอยู่นานหลายวันเลยครับว่าจะส่งCDบทเพลงปู่เย็นไปให้เขาดีไหม คิดตั้งแต่เมื่อทำเพลงเสร็จ ไม่กล้าส่งเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าผมหาผลประโยชน์ แต่คิดไปคิดมาผมก็ตัดสินใจส่งCDไปให้ เนื่องจากผมไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง เพียงอยากนำเสนอบทเพลงสื่อความหมายจากใจเพื่อเผยแพร่ด้วยความบริสุทธ์ใจเท่านั้น...

ศิลปินเมื่อสร้างสรรค์ผลงานออกมาแล้วควรนำผลงานออกเผยแพร่ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้างไม่มากก็น้อย และทีมงานคนค้นคนก็คือผู้มีส่วนที่ทำให้ผมได้เขียนเพลงนี้ขึ้นมาได้ เขาค้นพบปู่เย็น ทำให้ผมรู้จักปู่เย็น

เมื่อคิดได้อย่างนี้ผมจึงส่งCDให้กับทีมงานที่ผมศรัทธาในการทำงาน จึงเขียนจดหมายแนบไปกับCD 2 อัลบั้ม คือ อัลบั้มพิเศษ “อาลัยครูจูหลิง” และ อัลบั้ม “เส้นทางแห่งความศรัทธา” เนื้อความในจดหมายมีอยู่ว่า...

. .............................................................................................

บ้านดีฆอลาฆู
1 กุมภาพันธ์ 2551

เรียน ทีมงานรายการฅนค้นฅนแห่งทีวีบูรพา

นานๆผมจะได้ดูทีวี และรายการที่ผมไม่พลาดก็คือรายการฅนค้นฅนของท่าน แต่ก็ไม่ได้ดูทุกตอนเพราะว่า โอกาสที่อยู่หน้าทีวีมีน้อยมากครับ

วันหนึ่งผมอยู่จังหวัดเพชรบุรี วันนั้นรายการฅนค้นฅนกำลังออกอากาศเรื่องของปู่เย็น

การทำงานของท่านนับว่าเป็นการชี้ทางแห่งปัญญาให้สังคมอย่างแท้จริง ท่านนำเรื่องราวของปู่เย็นมานำเสนอจนสะเทือนแผ่นดินสยาม สะเทือนมาถึงหัวใจของผมด้วย

ชีวิตของปู่เย็นให้แสงสว่างกับผมและหลายๆคนที่ได้รับรู้ ชีวิตคนเราเกิดมาแล้วสุดท้ายก็สลาย ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนหนีความจริงข้อนี้ไปไม่พ้น ต้องเป็นไปอย่างนี้ ...

การประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงคือการค้นพบความสุข โดยการรู้จักปลดปล่อยทุกข์ รู้จักปลงและปล่อยวาง...

ทุกอย่างอยู่ที่ใจ...พบหัวใจก็พบความสุข จะได้หรือไม่ได้ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราสามารถหยุดได้ไหม...วางได้ไหม...ความสุขอยู่ตรงนั้น...

วิถีชีวิตปัจจุบันดูเหมือนว่าผู้คนทุกชนชั้นกำลังหลงป่า...วกวนเวียนอยู่กับกระแสแห่งความลุ่มหลงและสะสม...สุดท้ายก็ละทิ้งเหลือเพียงความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง...

ใครบ้างหนอมองเห็นความหมายของลมหายใจเข้าและลมหายใจออก ทั้งๆที่อยู่ที่ปลายจมูกของเรา บางทีเราก็ลืมเสียสนิทเลยว่าลมหายใจมีความสำคัญและมีความจำเป็นยิ่ง ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้ว คงอยู่ระยะหนึ่ง แล้วก็ดับสลายไป เราทุกคนเมื่อผ่านยุคสมัยของกาลเวลาสุดท้ายก็ถูกลืม คงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำให้คนยุคหลังนึกถึงบ้าง เป็นบางครั้ง...แต่สุดท้ายก็ถูกลืมอยู่ดี... โลกเรามันหมุนอยู่อย่างนี้...ต้องเป็นไปอย่างนี้

วิถีทางของปู่เย็นจะถูกต้องหรือผิดพลาด ไม่ใช่คำถามที่จะมาหาคำตอบ... แต่ที่ผมเห็น เข้าใจและสัมผัสได้คือ เมื่อไม่ยึดติด ความทุกข์ก็ไม่มี มันไม่เกิดขึ้นจริงๆ...

ทุกอย่างที่เรากำลังแสวงหาเพื่อครอบครอง ดูเหมือนจะไร้ค่าไปโดยทันที เมื่อเราเข้าถึงความตายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า โลกนี้มีเพียงเวลาและความว่างเปล่าโดยแท้...

ผมดีใจที่มีคนอย่างท่านมีโอกาสทำรายการทีวี เพราะสื่อนี้มันมีศักยภาพสูงยิ่งในการทะลุทะลวง...เข้าถึงทุกหลังคาเรือน ทุกระดับในสังคม...

ผลงานของท่านคือการนำทางจิตวิญญาณให้คนในสังคมที่ดูเหมือนว่ากำลังจะป่วย

รายการทีวีบ้านเราส่วนใหญ่แล้ว ล้วนนำเสนอในสาระที่ชี้นำทางด้านจิตวิญญาณแก่ผู้คนในสังคมไม่ได้ ละครและโฆษณาสินค้ามีแต่นำเสนอแต่สิ่งของฟุ่มเฟือยและสนใจเพียงกระพี้ไม่คำนึงถึงแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต... เห็นเพียงความสวยงามแบบฉาบฉวย ดวงตามืดบอดจนไม่เห็นความงามที่ควรจะรับรู้...

ผลงานการถ่ายทอดเรื่องราวของปู่เย็นคือความงดงามของชีวิตที่ล้ำค่า เสมือนผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่งต่อมนุษยชาติ

เรื่องราวธรรมดาที่สุดแสนจะธรรมดากลายเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เมื่อเราเข้าถึงมองเห็นความหมายแห่งความงดงามในรายละเอียดอันทรงคุณค่าที่แฝงอยู่นั้น...

ปู่เย็นคือการค้นพบพลังเสริมสร้างสติปัญญาที่ยิ่งใหญ่...

ผมเชื่อว่าคนแบบปู่เย็นในวันนี้อาจจะมีอยู่อีก จะซ่อนตัวอยู่ในมุมไหนของโลก จะถูกค้นพบอีกหรือไม่

แรงบันดาลใจที่ได้รับทราบเรื่องราวของปู่เย็นจากรายการฅนค้นฅน ทำให้ผมแต่งบทเพลง “ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี” นี้ขึ้นมา

ท่านค้นพบปู่เย็น แต่ผมได้ค้นพบท่าน

ผมเป็นนักเพลงใต้ดิน...ทำงานเสร็จก็อยากจะนำออกเผยแพร่ แต่ศักยภาพที่จะนำเสนอทำได้เพียงแค่ก็อปปี้แผ่นมอบให้ผู้ที่สนใจผลงานของผมเท่าที่กำลังทรัพย์จะเอื้ออำนวย และนำไปวางให้บุคคลทั่วไปเข้าไปโหลดฟังฟรีๆได้จากเว็บไซต์ www.dekorlaku.com ของผมเอง

“ บทเพลงปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี” ในสำเนียงของดีฆอลาฆูคงมีประโยชน์สำหรับท่านที่ได้รับฟังบ้าง... หากท่านได้รับซีดีแผ่นนี้ และเปิดฟังแล้ว หากเห็นว่าสมควรที่จะเผยแพร่ต่อ ก็ดำเนินการได้เลยนะครับ ผมยินดียิ่งครับผม ขอน้อมคารวะแด่ทีมงานฅนค้นฅนแห่งทีวีบูรพาด้วยหัวใจของดีฆอลาฆู

ขอแสดงความนับถือ และศรัทธายิ่ง
ดีฆอลาฆู
1 กุมภาพันธ์ 2551
www.dekorlaku.com


...........................................................

คำอำลา อาลัยปู่เย็น..จากดีฆอลาฆู

“...ชีวิตนี้มีอะไรให้ถือมั่น สายลมพัดผ่าน ธารน้ำรินไหล โอ้ชีวิตถูกผิดดำเนินไป ตราบลมหายใจสุดท้ายจะมาเยือน...”

……………………………………………..
1...

วันหนึ่งผมเปิดทีวีดูรายการคนค้นคนโดยบังเอิญ กำลังถ่ายทอดรายการสารคดีชีวิตของชายชราคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย ยากจนข้นแค้น แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดแคลนด้วยปรัชญาชีวิตที่ว่า..

“...มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน... ไม่อยากรบกวนใคร ไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร”

ท่านผู้นั้นคือ ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี

ปกติผมไม่ค่อยได้ดูทีวี ผมดูทีวีทีไรรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อของใครบางคนอย่างไรไม่รู้ หากจะยอมเสียเวลาดูทีวีทั้งทีก็จะพยายามเลือกเฟ้นรายการดีๆให้คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป แม้ว่าชีวิตจะต้องการความบันเทิง แต่ผมควรจะได้สาระที่เหมาะสมด้วย

รายการฅนค้นฅนทำให้ผมเฝ้าติดตามตอนต่อไปของปู่เย็นจนจบ...

ประเด็นต่างๆบางแง่บางมุมในชีวิตของปู่เย็นถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอ ในขณะที่ห้วงเวลาที่สังคมไทย ณ ตอนนั้นอยู่ในช่วงที่ให้สังคมให้ความสนใจในเรื่องของความร่ำรวย ความมั่งคั่งและอำนาจ...

ผู้นำกำลังชี้ให้คนในชาติเห็นว่าความมั่งมีเงินทองและอำนาจ คือสิ่งที่ต้องปรารถนา ข่าวสารของทุกวันจะต้องมีการพูดถึงตำแหน่งทางการเมือง การสร้างโอกาสทางการค้าแบบเชิงรุก ต้องได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม และทำกำไร.....

ใครมีเงิน...จะได้มาซึ่งทุกๆอย่าง แต่เราไม่ค่อยได้พูดถึงความสุขที่ได้จากการพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ชีวิตมีถึงเท่าไหร่จึงจะเพียงพอและมีความสุข

คำว่า”กำไร” เกิดขึ้นได้เพราะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนแล้วฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ และอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ

ความจริงของวันนี้ก็คือทุกๆคนมุ่งสู่การแสวงหากำไร ต้องการได้เปรียบทางการค้าที่ไม่ยอมแม้จะขาดทุนกำไร..

……………………………………………..
2...

ปู่เย็นอายุร้อยกว่าปี ชายชราหนังเหี่ยวย่น เดินหลังงุ้ม ผอม...ร่างกายไม่มีส่วนไหนที่มองแล้วโสภา สังขารที่ร่วงโรยตามกาลเวลา เป็นความจริงที่หนีไม่พ้น ทุกชีวิตต้องเผชิญ คนเราเกิดมาแล้วต้องแก่...ชรา...ป่วย...และสุดท้ายก็ต้องตาย...

“ชีวิตคนก็เหมือนสะพาน มีขึ้นก็มีลง...” คำพูดสั้นๆของปู่เย็นได้ยินแล้วก็เห็นภาพได้ชัดเจน แม้จะทำให้ผมรู้สึกใจหม่นหมองแต่รู้จักและเข้าใจชีวิตยิ่งขึ้น

ภาพปู่เย็นในวัยไม้ใกล้ฝั่งที่เห็นในทีวี คือชายชราผู้ยากจนข้นแค้นที่เดียวดาย ผิดหวังและพลัดพราก ดำรงชีพอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเรือลำเล็กๆลอยล่องอยู่ในลำน้ำเพชรบุรี เลี้ยงชีพด้วยการหากุ้งหอยปูปลาที่พอจะหาเองได้ประทังชีวิตไปวันๆ

..จากบทสนทนาที่ผมได้ยินจากรายการพอที่จะสรุปได้ว่า ชีวิตของปู่เย็นเป็นอยู่อย่างนั้นเรื่อยมาดูเหมือนกับว่าไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆทั้งสิ้น..

..ทำไมปู่เย็นจึงดำรงอยู่ได้..?

……………………………………………..
3...

คนเราเมื่ออยู่ในวัยหนุ่มสาวชีวิตย่อมโลดแล่นมุ่งแสวงหา บูชาความมั่งคั่ง บำเรอกามเพื่อสังเวยความพอใจของตนเอง และร้อนรุ่ม

……………………………………………..
4...

ผมมองตัวเองด้วยความรู้สึกที่ว่าชีวิตอยู่ท่ามกลางความขาดแคลนอยู่ตลอดเวลา... เติมไม่เต็มเสียที สงสัยอยู่เสมอว่าชีวิตทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ผมมักจะเอาชีวิตของผมเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอๆ เปรียบเทียบว่าเขาอายุเท่าผมแต่ทำไมเขามั่งมีร่ำรวยมากกว่าผม...
ทำไมผมยังดักดานอยู่เพียงแค่นี้..งี่เง่าสิ้นดี

……………………………………………..
5...

วันหนึ่งผมถามตัวเองว่า ผมมัวเสียเวลาคิดเปรียบเทียบไปทำไม...

วันนี้ผมได้ทำในสิ่งที่รักและศรัทธา
ผมควรภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ...

ความสุขปีติที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่ชอบคือผลตอบแทนแสนล้ำค่า ไม่สามารถตีราคาเป็นตัวเลขได้... คือความหมายและความรู้สึกดีๆที่ใจเรา แม้มีเงินเท่าไหร่ๆก็หาซื้อมาไม่ได้ มันซ่อนอยู่ข้างใน...

……………………………………………..
6...

ชีวิตของปู่เย็นที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กๆจนถึงวัยหนุ่มและสู่วัยชรา...มีความเป็นมาอย่างไร คำตอบของชีวิตหรือบทสรุปที่ได้มานั้นเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวหรือเปล่า.. หรือว่านี่คือความสำเร็จของชีวิตหนึ่งที่เผชิญความจริงของตัวเองอย่างวีรบุรุษผู้กล้าท้าทายกับความผิดหวัง การแก่ เจ็บ เดียวดายอย่างทระนง...

วันนี้ปู่เย็นได้จากไป...ชีวิตปิดฉากลงแล้ว ตำนานเรื่องนี้ก็เปิดฉากเริ่มต้นให้ขับขานกันอีกนานเท่าไหร่ เรื่องราวและคำพูดของปู่คงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่ได้ติดตามความเป็นมาจากรายการคนค้นคน โดยการสร้างสรรค์ของคุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิและทีมงานของทีวีบูรพา

คนที่ยังมีลมหายใจควรได้นำแง่คิดจากชีวิตของปู่เย็นมาเป็นเยี่ยงอย่างทางความคิดเพื่อการดำรงชีวิตเผชิญกับทุกปัญหาที่เข้ามาในวันพรุ่งนี้ได้เสมอ

เรื่องราวปู่เย็นให้ความรู้สึกดีๆ ความสงบ และฉ่ำเย็นบังเกิดขึ้นในหัวใจของผม ชีวิตของปู่เย็นได้ยืนยันและตอกย้ำความคิดบางสิ่งบางอย่างทางปัญญา นั่นคือ การดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างที่ปู่เย็นเป็นอยู่นั้นคือสิ่งดีงาม ...

...ชีวิตกับธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวกัน....

……………………………………………..
7...

วันนี้ผมรู้สึกว่ามีความกล้าที่จะโดดเดี่ยวตัวเองจากสังคม ไม่กลัวความเดียวดาย คำว่า”เพื่อน”จะมีความหมายก็ต่อเมื่อได้เกื้อกูลพึ่งพาอาศัย ปรารถนาดีต่อกัน เป็นกำลังใจให้กันและกันอย่างแท้จริง

คนเราเกิดมาก็ตัวคนเดียว ตอนแรกๆเริ่มต้นของชีวิตเราอาจจะอยู่กับพ่อแม่ พี่น้องผองเพื่อน..สังคม.. แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกๆคนก็ต้องเดินทางจากโลกนี้ไปอย่างเดียวดายเสมอ...

ในแต่ละวันคนแวดล้อมของผมทยอยตายจากหายไปทีละคนๆ สำหรับบางคนแม้ว่ายังไม่ตายจากแต่ก็นานๆกว่าจะได้เจอกันที เมื่อไม่ได้เจอกัน ถึงแม้ว่ายังไม่ตายก็เหมือนกับตายจาก สัมพันธภาพที่ขาดสะบั้นนั้น ก็บอกให้ทราบว่า..เราได้ตายจากกันทั้งเป็นไปเสียแล้ว

ผมอ่านเจอบทความบทหนึ่งกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

“..คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม..
จงมีและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า
เพื่อที่ “ตอนคุณตาย..” คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม.. ในขณะที่คนรอบข้าง ร้องไห้..ให้คุณ..”

……………………………………………..
8...

ท่ามกลางการช่วงชิงอำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองการปกครอง การแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายของสังคมไทยในพ.ศ.2551 เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของความรุนแรงที่เร่าร้อน วุ่นวายสับสน ขุดค้นขว้างปาใส่กันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น..แม้จะมีการสูญเสียชีวิตไปบ้างแล้วก็ตาม

……………………………………………..
9...

ใครจะเกิดก็เกิดไปหรือว่าใครจะตายก็ตายไป ใครชีพจรยังเต้นอยู่ก็ดิ้นรนกันต่อไป ตั้งแต่หน่วยใหญ่ลงมาถึงหน่วยย่อยๆในสังคม หลายชีวิตยังคงหาเรื่องเพื่อที่จะทะเลาะเบาะแว้งสร้างความวุ่นวายกันไปไม่รู้จบ...

ปูเย็นดำรงชีวิตอยู่แบบธรรมดาโคตรสุดแสนจะสามัญชนคนชั้นล่างโดยแท้ ชีวิตดูเหมือนกับว่าได้ถูกลิขิตและจัดวางจากพระเจ้าบันดาลให้เกิดเรื่องราวของท่านขึ้นมา เพื่อสะกิดใจให้ทุกคนหันมามองความจริงของชีวิตในวันนี้ เผื่อจะได้คำตอบกันบ้าง ว่า...

ชีวิตคืออะไรกันแน่...สุดท้ายแล้วชีวิตคืออะไร...
อะไรคือสาระที่แท้จริงของชีวิต….

“...ชีวิตนี้มีอะไรให้ถือมั่น สายลมพัดผ่าน ธารน้ำรินไหล
โอ้ชีวิตถูกผิดดำเนินไป ตราบลมหายใจสุดท้ายจะมาเยือน...”

ขอวิญญาณปู่เย็นเดินทางสู่สุขคติ

น้อมคารวะจากใจดีฆอลาฆู
13 ตุลาคม 2551

หมายเหตุ จากวันนั้นถึงวันนี้... ผมยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทีวีบูรพา เลยไม่ทราบว่าCDและจดหมายฉบับนี้เดินทางไปถึงหรือเปล่าครับ..
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ทรงพระเจริญ
คลิก ไปฟังเพลงพระราชนิพนธ์
Dekorlaku Chatroom
ส่งข้อความถึงกัน

ขอบพระคุณที่ท่านมาเยือน
กระดานข่าว-สนทนา

เส้นทางสายมรณะ(อดีต)


รู้จักกีต้าร์กันหน่อย
คลิก
เพื่อไปรู้จักกีต้าร์กันหน่อย


เพื่อนบ้านดีฆอลาฆู
Thai Art Council USA
nakhontoday
fm91.50
http://www.sapanpleang.com
pattanitoday
phatlung
taidin
forlifethailand
compee
tidso
meunglung
คนคาราบาว
เพลงใต้ดอทคอม
น้อย แสตมป์
ภูเด็กแนว
ประสาทาร์ซาน
กลุ่มรอเท้าแตะ
จิตรธานี
ชมรมต้นกล้า

ยังมีอีกครับ
ค่อยๆนำมาลงเพิ่มเติม
 
Top! Top!